ดัลลัส — มันเป็นค่ำคืนที่ AT&T Stadium ซึ่งทุกอย่างถูกกำหนดด้วยช่วงเวลา 6 นาทีในครึ่งหลัง นาทีที่ 56: ไดเซ็น มาเอดะ ยิงให้ญี่ปุ่นขึ้นนำ นาทีที่ 62: แอนโธนี เอลังกา ยิงประตูสุดสวยตีเสมอให้สวีเดน
ผลเสมอ 1-1 ส่งทั้งสองทีมเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ญี่ปุ่นเข้ารอบในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม F และจะพบกับบราซิล สวีเดนเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด และมีแนวโน้มจะพบกับฝรั่งเศสหรือนอร์เวย์

ครึ่งแรก: หมากรุก ไม่ใช่ฟุตบอล
45 นาทีแรกเป็นเกมหมากรุกบนสนามหญ้า ทั้งสองทีมรู้ดีว่าแต้มเดียวก็เพียงพอ — ญี่ปุ่นจะการันตีอันดับ 2 ของกลุ่ม สวีเดนจะเก็บ 4 แต้มซึ่งเกือบแน่นอนว่าเพียงพอสำหรับการเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3
ผลลัพธ์คือฟุตบอลที่ระมัดระวัง ญี่ปุ่นครองบอลแต่ไม่เสี่ยง สวีเดนตั้งรับอย่างมีวินัยแต่ไม่กล้าเปิดเกมรุก มีเพียง 4 ครั้งเท่านั้นที่ทั้งสองทีมยิงได้ในครึ่งแรก
โอกาสเดียวที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เมื่อเคโตะ นากามูระ ยิงจากในกรอบเขตโทษ แต่ยาโคบ เซตเตอร์สตรอม นายทวารสวีเดนเซฟไว้ได้
ครึ่งหลัง: 6 นาทีที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังพักครึ่ง ฮาจิเมะ โมริยาสุ เห็นได้ชัดว่าบอกลูกทีมให้เพิ่มความเข้มข้น และญี่ปุ่นเริ่มหาโอกาสได้มากขึ้น
นาทีที่ 56 — ช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ของญี่ปุ่น
ริตสึ โดอัน รับบอลทางกราบขวา ก่อนจะส่งบอลทะลุช่องอย่างสมบูรณ์แบบให้มาเอดะ กองหน้าเซลติกผู้ไม่เคยหยุดวิ่ง หลุดเข้าไปยิงผ่านเซตเตอร์สตรอมที่ออกมาจากประตู
ญี่ปุ่น 1-0! แฟนบอลซามูไรบลูในดัลลัสกระโดดด้วยความดีใจ
แต่ความสุขนั้นอยู่ได้เพียง 6 นาที
นาทีที่ 62 — เอลังกา โชว์เพชรฆาต
เอลังกา ปีกนิวคาสเซิลที่ยิงประตูในเกมก่อนหน้ากับเนเธอร์แลนด์ รับบอลทางกราบขวา ตัดเข้าใน และซัดด้วยซ้าย — บอลพุ่งโค้งเสียบมุมไกลอย่างสวยงาม ซูซูกิไม่มีโอกาสป้องกัน
เป็นประตูระดับโลก — เป็นลูกยิงที่เปลี่ยนบรรยากาศทั้งสนาม สวีเดนที่ดูอ่อนแรงในครึ่งแรก กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ช่วงท้าย: สวีเดนบุก, ญี่ปุ่นต้าน
หลังจากตีเสมอ สวีเดนเป็นฝ่ายครองเกม อเล็กซานเดอร์ อิซัค เกือบทำประตูชัยเมื่อลูกยิงของเขาถูกซูซูกิเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมในนาทีที่ 65 ไม่กี่นาทีต่อมา อิซัคโหม่งชนคานจากลูกเตะมุม
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอลังกาลากบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษอีกครั้ง แต่ซูซูกิ — ผู้รักษาประตูที่ถูกวิจารณ์ในเกมก่อนหน้า — กลับเซฟสำคัญได้อีกครั้ง
ญี่ปุ่นรอดตายอย่างหวุดหวิด พวกเขาไม่ได้เล่นสวยงามในช่วง 15 นาทีสุดท้าย แต่พวกเขาเล่นด้วยหัวใจ อิตาคุระและโทมิยาสึทุ่มตัวเข้าสกัดทุกลูก กลางสนามทานากะและซาโนะวิ่งไม่มีหยุด
เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น ทั้งสองทีมต่างยิ้มได้ ภารกิจสำเร็จ
เรื่องน่ารู้จากเกมนี้
- ญี่ปุ่นเป็นทีมแรกจากเอเชียที่เข้ารอบ 32 ทีมในฟุตบอลโลก 2026
- เอลังกายิงประตูในฟุตบอลโลกสองนัดติดต่อกัน — ทั้งสองลูกเป็นประตูระดับโลก
- มาเอดะยิงประตูแรกในฟุตบอลโลก 2026 หลังจากไม่ได้ลงเล่นเลยในเกมกับตูนิเซีย
- ญี่ปุ่นไม่แพ้ใครในรอบแบ่งกลุ่ม — ชนะ 1 เสมอ 2
- สวีเดนเสีย 8 ประตูใน 3 นัด — มากเกินไปสำหรับทีมที่หวังจะไปไกลในทัวร์นาเมนต์
ตารางคะแนนกลุ่ม F
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เนเธอร์แลนด์ | 3 | 2 | 1 | 0 | 7 | 2 | +5 | 7 |
| 2 | ญี่ปุ่น | 3 | 1 | 2 | 0 | 6 | 2 | +4 | 5 |
| 3 | สวีเดน | 3 | 0 | 2 | 1 | 3 | 5 | -2 | 2 |
| 4 | ตูนิเซีย | 3 | 0 | 1 | 2 | 2 | 8 | -6 | 1 |
เส้นทางต่อไป
ญี่ปุ่นจะพบกับบราซิลที่ฮูสตัน — เป็นการพบกันครั้งที่สามในฟุตบอลโลก สองครั้งก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นแพ้ทั้งสองครั้งด้วยสกอร์รวม 1-8 แต่นี่คือญี่ปุ่นที่เอาชนะเยอรมนีและสเปนในฟุตบอลโลก 2022 ที่ถล่มตูนิเซีย 4-0 ที่ไม่แพ้ใครในทัวร์นาเมนต์นี้ ถ้ามีเวลาไหนที่สมควรเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ นั่นคือเวลานี้
สวีเดนจะพบกับผู้ชนะกลุ่ม I — มีแนวโน้มเป็นฝรั่งเศสหรือนอร์เวย์ มันเป็นงานที่ยาก แต่สวีเดนได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถทำให้ใครก็ได้ประหลาดใจในวันที่ดี คำถามคือ: สวีเดนเวอร์ชันไหนจะปรากฏตัว?
ที่มา: Sky Sports, FIFA, ESPN