ฮูสตัน — ถ้าคุณเป็นแฟนบอลชาวไทยที่อดหลับอดนอนรอดูเกมนี้จนถึงตีสาม บอกเลยว่าคุ้มค่าที่สุด นี่คือหนึ่งในเกมที่บ้าคลั่งที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 — บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย เกือบจะสร้างสถิติย่ำแย่ที่สุดในรอบ 36 ปี ก่อนที่ กาเบรียล มาร์ติเนลลี จะซัดประตูชัยในนาทีที่ 96 พาทีมเอาชนะญี่ปุ่น 2-1
เรื่องราวของเกมนี้ไม่ใช่แค่บราซิลชนะ แต่มันคือเรื่องของ “ลูกศิษย์” ที่เกือบจะโค่น “อาจารย์” ได้สำเร็จ ญี่ปุ่นใช้เวลาครึ่งศตวรรษเรียนรู้ฟุตบอลจากบราซิล — ตั้งแต่การเชิญโค้ชบราซิลมาคุมทีมชาติ ไปจนถึงการส่งนักเตะเยาวชนไปฝึกที่เซาเปาโล เจลีกเองก็เล่นฟุตบอลสไตล์แซมบ้าเต็มตัว และในเดือนตุลาคม 2025 ลูกศิษย์ก็โค่นอาจารย์ได้สำเร็จ — ญี่ปุ่นตามหลัง 0-2 ก่อนพลิกกลับมาชนะ 3-2 คำถามคือพวกเขาจะทำได้อีกครั้งในเกมที่เดิมพันสูงกว่านี้หรือไม่
29 นาทีแรก คำตอบคือ “ไม่ได้” บราซิลครองบอลเหนือกว่า มาธูส คุนญา ยิงให้ ซูซูกิ ไซออน ต้องเซฟสวยๆ แต่แล้ว ดานิโล ก็ทำพลาดครั้งใหญ่ — จ่ายบอลขวางกลางสนามแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ถูก คาอิชู ซาโนะ ฉกบอลไปได้ ก่อนจะลากขึ้นหน้า ผ่าน คาเซมิโร และซัดไกลด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบมุมตาข่ายแบบที่ อลิสซง ได้แต่ยืนมอง 1-0 ญี่ปุ่น!
นี่คือประตูแรกของซาโนะในนามทีมชาติ และมันคือประวัติศาสตร์ — ญี่ปุ่นกลายเป็นทีมเอเชียทีมแรกที่ขึ้นนำบราซิลในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก ซามูไรบลูทำไปแล้ว 8 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ เท่ากับสถิติของเกาหลีใต้ในปี 2002 และทั้งหมดนี้มาจากการยิงเพียง 4 ครั้งและครองบอลแค่ 31%
คาเซมิโรที่พลาดจนเสียประตู ใช้เวลาที่เหลือของครึ่งแรกเหมือนคนไร้วิญญาณ — จ่ายพลาด แท็กเกิลพลาด ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นตอนที่ญี่ปุ่นโต้กลับอีกครั้ง เสียงนกหวีดหมดครึ่งแรกคือความเมตตาสำหรับบราซิล
คาร์โล อันเชลอตติ นายใหญ่ที่คว้าแชมป์มาแล้วทุกถ้วยในโลกฟุตบอล แสดงให้เห็นว่าเขาคือจอมแท็กติกตัวจริง — ถอด ลูคัส ปาเกตา ออกตอนพักครึ่ง ส่ง เอ็นดริก ดาวรุ่งวัย 19 ปีลงไป เปลี่ยนเป็นระบบกองหน้าคู่เพื่อเจาะแนวรับที่แน่นหนาของญี่ปุ่น ผลลัพธ์คือบราซิลบุกเป็นพายุ กิมาไรส์โหม่งให้ซูซูกิเซฟ คาเซมิโรโหม่งอีกครั้งแต่ โทมิยาสึ และ อิโตะ ช่วยกันสกัดบนเส้นประตูแบบหวุดหวิด
นาทีที่ 56 การไถ่บาปก็มาถึง กาเบรียล มากัลเญส เปิดบอลจากกราบซ้าย และคาเซมิโร — คนที่เล่นแย่ที่สุดในครึ่งแรก — กระโดดขึ้นโหม่งเต็มศีรษะ ส่งบอลตุงตาข่าย 1-1! ทหารผ่านศึกกอบกู้ชื่อเสียงตัวเองได้สำเร็จ
จากนั้นคือนาทีที่แฟนบอลจะจดจำไปอีกนาน วินิซิอุส จูเนียร์ รับบอลทางซ้าย เลี้ยงหลบกองหลังญี่ปุ่นสามคนด้วยสเต็ปเทพ ก่อนจะยิงด้วยปลายเท้าผ่านซูซูกิ — แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเหลือเชื่อ! ทั้งสนามครางเฮือก วิซิอุสกุมหัวด้วยความเหลือเชื่อ ถ้าลูกนั้นเข้า มันจะเป็นประตูยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์โดยไม่ต้องสงสัย
ญี่ปุ่นสู้สุดชีวิต ซูซูกิเซฟแล้วเซฟอีก โทมิยาสึทุ่มตัวบล็อกทุกลูก เข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อยๆ ต่อเวลาพิเศษใกล้เข้ามา แต่นาทีที่ 96 — ช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ยืดออกไปเพราะคาเซมิโรบาดเจ็บ — กิมาไรส์จ่ายบอลทะลุช่องให้มาร์ติเนลลีหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ตัวสำรองที่ถูกส่งลงมาเพื่อเปลี่ยนเกม จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนยิงเสียบมุมไกล 2-1! จบเกม!
สำหรับแฟนบอลไทยที่รู้ดีว่าการเชียร์ทีมรองบ่อนในเวทีโลกมันรู้สึกยังไง เกมนี้คือแรงบันดาลใจและความเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ญี่ปุ่นทำทุกอย่างถูกต้อง — พวกเขามีแผน มีความเชื่อ มีประตูนำ — และมันก็ยังไม่พอ เพราะบางครั้งในฟุตบอล ยักษ์ใหญ่ก็หาทางรอดจนได้
บราซิลผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับผู้ชนะระหว่างไอวอรีโคสต์กับนอร์เวย์ พวกเขาทำลายคำสาป 88 ปี — ครั้งสุดท้ายที่บราซิลชนะในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกหลังจากตามหลังตอนพักครึ่งคือปี 1938 และพวกเขาต้องขอบคุณมาร์ติเนลลีที่ทำให้ฝันล่าแชมป์สมัยที่ 6 ยังไม่ดับ
สำหรับญี่ปุ่น ความเจ็บปวดนี้คุ้นเคยดี — 5 ครั้งในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 5 ครั้งที่ตกรอบแรก และ 3 ครั้งล่าสุด (เบลเยียม 2018, โครเอเชีย 2022, บราซิล 2026) พวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนทุกครั้ง แต่ก็แพ้ทุกครั้ง ลูกศิษย์ยังโค่นอาจารย์ไม่สำเร็จ แต่วันนั้นใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว