# สหรัฐฯ 4-1 ปารากวัย — คืนที่แอลเอไม่มีวันลืม กับทีมชาติที่เปลี่ยนโฉมหน้าฟุตบอลอเมริกา

**13 มิถุนายน 2026, ลอสแอนเจลิส** — แสงไฟของสนามโซไฟ สเตเดียม ยังไม่ทันดับลงจากพิธีเปิดที่เคที เพอร์รี ร้องเพลงสุดอลังการ ทีมชาติสหรัฐอเมริกาก็เปิดฉากถล่มปารากวัยแบบไม่ไว้หน้า 4-1 ในคืนที่ทำให้คนทั้งโลกต้องหันมามองฟุตบอลอเมริกันด้วยสายตาใหม่

นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะ มันคือการประกาศศักดา

## เจ็ดนาทีแรก ฝันร้ายของโบบาดิยา

ห้านาทีแรก ปารากวัยดูดี พวกเขาเล่นด้วยความมั่นใจแบบทีมจากอเมริกาใต้ — จ่ายบอลแม่นยำ เคลื่อนที่ฉลาด แฟนบอลอเมริกันในสนามเริ่มกระสับกระส่าย

แต่แล้ว คริสเตียน พูลิซิช ก็ได้บอล

นาทีที่ 7 กัปตันทีมสหรัฐฯ กระชากบอลทางซ้าย ผ่านหนึ่ง ผ่านสอง จ่ายเข้ากลางให้เวสตัน แมคเคนนี ยิง — บอลกำลังจะออกข้าง แต่ **ดาเมียน โบวาดิยา** กองกลางปารากวัยยื่นขาออกไปสกัด… และเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูตัวเอง

1-0

โบวาดิยาคุกเข่าลงกับพื้นสนาม มือปิดหน้า เพื่อนร่วมทีมไม่มีใครกล้าเข้าไปปลอบ โซไฟ สเตเดียม สั่นสะเทือนด้วยเสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าบ้าน

## เบรกดื่มน้ำที่กลายเป็นหายนะของปารากวัย

นาทีที่ 25 กรรมการเป่านกหวีดให้พักดื่มน้ำ — กฎใหม่ของฟุตบอลโลก 2026 นักเตะปารากวัยหอบแฮ่กๆ รวมตัวกันรอบโค้ช พยายามตั้งหลัก

สามนาทีผ่านไป เกมกลับมา — และสหรัฐฯ ก็ระเบิดความเร็วราวกับเพิ่งถูกชาร์จแบตเตอรีมาเต็มๆ

พูลิซิช กระชากทางซ้ายอีกครั้ง คราวนี้จ่ายเรียดเข้ากลาง **โฟลาริน บาโลกัน** — ดาวยิงจากโมนาโกที่เกิดในนิวยอร์ก โตในลอนดอน — ชาร์จจ่อๆ เข้าประตู 2-0

หลังจบเกม สื่อปารากวัยออกมาตั้งคำถามเดือดๆ: “เบรกดื่มน้ำนี่มันชาร์จพลังให้อเมริกันหรือเปล่า? อากาศก็ไม่ได้ร้อนขนาดนั้น — จำเป็นต้องเบรกจริงหรือ?”

ความจริงที่โหดร้ายคือ: ต่อให้ไม่มีเบรกดื่มน้ำ ปารากวัยก็ต้านไม่อยู่

## บาโลกัน: เด็กบรูคลินผู้เขย่าโลก

ประตูที่สองของบาโลกันในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก คือเครื่องพิสูจน์ทุกอย่าง เขารับบอลที่ริมกรอบเขตโทษ โอมาร์ อัลเดเรเต ปราการหลังปารากวัยพยายามใช้ร่างกายเบียด — แต่มันเหมือนเอากำแพงไปดันรถถัง

บาโลกันไม่ขยับ เขากระแทกอัลเดเรเตกระเด็น แต่งบอลหนึ่งจังหวะ แล้วซัดเต็มข้อขึ้นไปเสียบใต้คาน 3-0

ดาวยิงวัย 22 ปี วิ่งไปที่ธงมุมสนาม สไลด์เข่า และถูกเพื่อนร่วมทีมถล่มทับ กองเชียร์อเมริกันร้องเพลง “USA! USA!” ดังกึกก้องไปทั่วแอลเอ

สองประตูในนัดแรกของฟุตบอลโลก เด็กหนุ่มจากบรูคลิน — ที่เคยอยู่กับอคาเดมีอาร์เซนอล, แร็งส์, โมนาโก — ได้มาถึงจุดสูงสุดของอาชีพแล้ว

## โปเช็ตติโน: สถาปนิกเบื้องหลัง

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ยืนอยู่ริมเส้นสนามในสูทที่เนี้ยบกริบ สีหน้าเรียบนิ่ง แต่ทุกคนรู้ดีว่าเบื้องหลังนั้นคือมันสมองที่เปลี่ยนโฉมหน้าฟุตบอลอเมริกัน

อดีตกุนซือท็อตแนมที่เคยพาทีมเข้าชิงแชมเปียนส์ลีก, อดีตผู้จัดการทีมเปแอสเชและเชลซี — กำลังสร้างสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน: ทีมชาติอเมริกันที่เล่นด้วยระบบเพรสซิ่งสูง, วิ่งไม่หยุด, และโจมตีด้วยความดุดันที่ทำให้แนวรับปารากวัย — ที่เคยรับมือบราซิลและอาร์เจนตินามาแล้ว — ดูเหมือนมือสมัครเล่น

หลังเกม นักข่าวถามว่า: ทีมนี้ไปได้ไกลแค่ไหน?

โปเช็ตติโนยิ้ม “เราเพิ่งเริ่มต้น”

## ลูกยิงสุดท้ายของเรย์นา

ครึ่งหลัง สหรัฐฯ ผ่อนจังหวะลง ปารากวัยสู้ต่อ และในนาทีที่ 72 ตัวสำรอง **เมาริซิโอ** ก็ยิงตีไข่แตกให้ทีมเยือน 3-1

แต่แล้ว ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ — **จิโอวานี เรย์นา** เพลย์เมกเกอร์จากโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ ลูกชายของเคลาดิโอ เรย์นา ตำนานทีมชาติสหรัฐฯ — รับบอลหน้ากรอบเขตโทษ แต่งหนึ่งที ตั้งหลักหนึ่งที แล้วซัดเต็มแรงเสียบสามเหลี่ยมบนอย่างสวยงาม

4-1

เรย์นาไม่ได้ฉลองหวือหวา เขาแค่กางแขนออกและยิ้ม — รอยยิ้มของคนที่รู้ดีว่าตัวเองเพิ่งทำอะไรลงไป

## 32 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

ในปี 1994 ตอนที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งแรก ประเทศนี้ยังไม่มีแม้แต่ลีกฟุตบอลอาชีพ MLS ยังเป็นแค่แผนบนกระดาษ ฟุตบอลเป็นกีฬาของเด็กผู้หญิงและชุมชนผู้อพยพ

คืนนี้ ในสนามที่เคยเป็นเจ้าภาพซูเปอร์โบวล์ สหรัฐอเมริกาไม่ได้แค่ชนะการแข่งขันฟุตบอล พวกเขาประกาศให้โลกรู้ว่า: เรามาแล้ว และเราจะไม่ไปไหน

## ตารางคะแนนกลุ่มดี

| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ต่าง | แต้ม |
|——–|——|——|——|——|——|—–|——|——|——|
| 1 | สหรัฐอเมริกา | 1 | 1 | 0 | 0 | 4 | 1 | +3 | 3 |
| 2 | ออสเตรเลีย | 1 | 1 | 0 | 0 | 2 | 0 | +2 | 3 |
| 3 | ตุรกี | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 2 | -2 | 0 |
| 4 | ปารากวัย | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 4 | -3 | 0 |

## โปรแกรมนัดต่อไป

– **19 มิถุนายน**: สหรัฐอเมริกา vs ออสเตรเลีย (ซีแอตเทิล)
– **19 มิถุนายน**: ตุรกี vs ปารากวัย (ซานฟรานซิสโกเบย์แอเรีย)

> **แหล่งที่มา**: SBS Sport, USA Today, Xinhua/Xinmin Evening News, ESPN

แชร์ 𝕏 f W