สเปนโชว์ฟอร์มสุดยอดเอาชนะฝรั่งเศส 2-0 ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สนาม AT&T Stadium เมืองดัลลัส สหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา มิเกล โอยาร์ซาบัลยิงจุดโทษตั้งแต่นาทีที่ 22 และเปโดร ปอร์โร่ซัดประตูสุดสวยในนาทีที่ 58 พาทีม “ลา โรฆา” ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010

เด็กวันเกิดสร้างจุดโทษ!
ลามีน ยามาล เพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 19 ปีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม — หนึ่งวันก่อนเกมนี้! และของขวัญที่ดีที่สุดคือการพาทีมเข้าชิงฟุตบอลโลก
นาทีที่ 22 ยามาลใช้ความเร็วพุ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ ลูกัส ดีญ แบ็กซ้ายฝรั่งเศสพยายามสกัดบอลแต่พลาดไปโดนขายามาลล้มลง ผู้ตัดสินอีวาน บาร์ตันเป่าจุดโทษทันที
โอยาร์ซาบัลรับหน้าที่สังหาร — ใจเย็นสุดๆ ส่งบอลเข้ามุมล่างขวา ไมค์ เมญองพุ่งผิดทาง! 1-0!
นี่คือประตูที่ 5 ของโอยาร์ซาบัลในทัวร์นาเมนต์นี้ เท่ากับสถิติสูงสุดของนักเตะสเปนในฟุตบอลโลกหนึ่งสมัยที่ เอมิลิโอ บูตราเกนโญ่ (1986) และ ดาบิด บีย่า (2010) เคยทำไว้
ซาลีบาเจ็บ! ฝรั่งเศสเจอศึกหนัก
นาทีที่ 30 ฝรั่งเศสเจอข่าวร้ายซ้ำสอง วิลเลียม ซาลีบา ปราการหลังตัวเก่งของอาร์เซนอลได้รับบาดเจ็บโดยไม่มีใครปะทะ — ต้องเปลี่ยนตัวออกให้ มักซ็องส์ ลาครัวซ์ ลงมาแทน
การเสียซาลีบาทำให้แนวรับฝรั่งเศสขาดความมั่นใจ ครึ่งแรกสเปนยิง 5 ครั้งเข้ากรอบ 1 ครั้ง ส่วนฝรั่งเศสยิงแค่ 2 ครั้งเข้ากรอบ 0 — ฟอร์มการรุกที่แย่ที่สุดของพวกเขาในทัวร์นาเมนต์นี้
เดส์ช็องส์แก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวตอนพักครึ่ง — ส่งมานู โคเน่ ลงแทนอาเดรียง ราบิโอต์ที่ได้ใบเหลืองตั้งแต่นาทีที่ 8 — แต่ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ปอร์โร่ซัดปิดกล่อง!
นาทีที่ 58 — จังหวะที่สวยงามที่สุดของเกม!
ดานี โอลโม่ รับบอลกลางสนาม ดึงตัวชูอาเมนี่ออกจากตำแหน่ง แล้วจ่ายทะลุช่องให้ เปโดร ปอร์โร่ ที่วิ่งสอดขึ้นมาจากตำแหน่งแบ็กขวา
ปอร์โร่แตะบอลหนึ่งจังหวะ แล้วยิงด้วยข้างเท้าด้านใน — บอลพุ่งเสียบมุมไกล! 2-0!
“มันคือความฝันที่เป็นจริง” ปอร์โร่กล่าวหลังเกม “จริงๆ นะ แม้แต่ในความฝันที่บ้าที่สุดของผม ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะได้มายิงประตูในรอบรองฟุตบอลโลก”
ยามาลเกือบได้ประตูวันเกิด!
นาทีที่ 64 — ยามาลเกือบฉลองวันเกิดด้วยประตู! เขาหลุดกับดักล้ำหน้า รับบอลทะลุช่อง หลบดีญ แล้วยิงผ่านเมญองเข้าไป…
แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธง! ล้ำหน้า! ประตูถูกยกเลิก!
น่าเสียดายสำหรับเด็กวันเกิด แต่ก็ไม่เป็นไร — เขายังมีโอกาสในรอบชิงชนะเลิศ!
เอ็มบัปเป้: ถูกสเปน “ล็อก” สนิท
คีลียัน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีมฝรั่งเศสที่ยิงไปแล้ว 8 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ ถูกแนวรับสเปนจัดการจนอยู่หมัด
เขายิงแค่ 3 ครั้ง เข้ากรอบ 1 ครั้ง ค่า xG แค่ 0.12 — ตัวเลขที่ต่ำที่สุดของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้
“เมื่อคุณเล่นในรอบรองฟุตบอลโลกโดยไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ คุณก็ไม่มีทางชนะ” เอ็มบัปเป้กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “สเปนยึดมั่นในแผนการเล่นของพวกเขา ถ้าเราซื่อสัตย์กับตัวเอง — เราไม่มีคุณภาพพอที่จะเข้าชิงชนะเลิศ”
โรดรี้: มิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก?
โรดรี้ กองกลางตัวรับของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มระดับมาสเตอร์คลาส — จ่ายบอลแม่นยำ 94% แย่งบอลคืน 7 ครั้ง ควบคุมจังหวะเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เด ลา ฟวนเต้ เรียกเขาว่า “กระดูกสันหลังของทีม” ส่วนดานี โอลโม่ เรียกว่า “อัจฉริยะในตำแหน่งของเขา”
สถิติที่ไม่น่าเชื่อของสเปน
- 37 นัดไม่แพ้ในเวลาปกติ — สถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติสเปน
- 13 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ — สถิติสูงสุดของสเปนในฟุตบอลโลกหนึ่งสมัย
- ชนะ 6 นัดติดต่อกัน — เท่ากับสถิติจากปี 2010 ที่พวกเขาคว้าแชมป์
- เสียแค่ 2 ประตูจาก 7 นัด — เกมรับที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์
กษัตริย์สเปนโทรมาหลังเกม!
หลังจบเกม มีโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องแต่งตัว — เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 แห่งสเปน!
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่กษัตริย์ของเราโทรมาหาและสนับสนุนเราต่อไป” เด ลา ฟวนเต้กล่าว “เรามีความรับผิดชอบต่อความสุขที่ผู้คนกำลังรู้สึกอยู่บนท้องถนน”
รอบชิงชนะเลิศรออยู่
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ที่สนาม MetLife Stadium รัฐนิวเจอร์ซีย์ — สเปนจะพบกับผู้ชนะระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา
“เราเหลืออีกหนึ่งก้าว” เด ลา ฟวนเต้กล่าว “ก้าวสุดท้าย ก้าวที่ยากที่สุด เราอยากชนะฟุตบอลโลกครั้งนี้และยกถ้วยรางวัล”
สเปนในปี 2010 เขียนประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลกครั้งแรก สเปนในปี 2026 พร้อมที่จะเขียนบทใหม่ — และพวกเขามีทีมที่แข็งแกร่งพอจะทำได้!