ฟุตบอลโลก 2026 — กลุ่ม L, นัดที่ 1 | 18 มิถุนายน | เอทีแอนด์ที สเตเดียม, ดัลลัส
ดัลลัส — 11 กรกฎาคม 2018 สนามลุจนิกิ มอสโก
อังกฤษนำโครเอเชีย 1-0 อีก 22 นาทีจะถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แล้วเพริซิชก็ตีเสมอ แล้วมันด์ซูคิชก็ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ความฝันของสิงโตคำรามแตกสลายในค่ำคืนฤดูร้อนที่มอสโก
แปดปีต่อมาที่ดัลลัส อังกฤษของโธมัส ทูเคิลยืนอยู่ต่อหน้าโครเอเชียชุดเดิม ลูกา โมดริชยังอยู่ มาเตโอ โควาซิชยังอยู่ ซลัตโก ดาลิชยังอยู่ที่ข้างสนาม แต่ครั้งนี้ อังกฤษยิงสี่ประตู
4-2 มหกรรมประตู การล้างแค้น
ครึ่งแรก: สี่ประตู สองครั้งที่ตีเสมอ 45 นาทีแห่งความบ้าคลั่ง
นาทีที่ 12 โมดริชทำฟาวล์โนนี มาดูเอเกในกรอบเขตโทษ
ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษ โมดริช — ตำนานวัย 40 ปีของโครเอเชีย — ทำผิดพลาดที่หาได้ยากในเวทีฟุตบอลโลก เขาเดินออกไป ก้มหน้า ไม่เถียง เขารู้
แฮร์รี เคนวางบอลบนจุดโทษ แสงไฟจากเอทีแอนด์ที สเตเดียมส่องลงบนใบหน้าของเขา เขาหายใจ เขาวิ่งขึ้นมา เขายิงด้วยเท้าขวา ลิวาโควิชพุ่งถูกทาง — แต่บอลเร็วเกินไป
1-0
เคนวิ่งไปที่ธงมุมสนาม ยกแขนขึ้นสู่ท้องฟ้าเท็กซัส ประตูแรกของเขาในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ภารกิจล้างแค้นของอังกฤษเริ่มต้นขึ้นแล้ว
แต่โครเอเชียไม่ได้มาดัลลัสเพื่อเป็นแค่ตัวประกอบ
นาทีที่ 36 มาร์ติน บาตูรินาเก็บบอลนอกกรอบเขตโทษ แนวรับอังกฤษถอยลึกเกินไป — สิ่งเดียวที่ระบบเพรสซิ่งสูงของทูเคิลรับไม่ได้ บาตูรินาเงยหน้าขึ้น แล้วยิง ลูกบอลโค้งเสียบมุมไกล จอร์แดน พิกฟอร์ดพุ่งสุดตัว ปลายนิ้วสัมผัสบอล — แต่ไม่พอ
1-1
ม้านั่งสำรองของโครเอเชียระเบิด โมดริชวิ่งไปกอดบาตูรินา กองกลางวัย 24 ปีจากดินาโม ซาเกร็บ ยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกของเขา ลูกยิงสุดสวย ประตูที่ทำให้ดัลลัสเงียบลง
แต่เคนยังไม่จบ
นาทีที่ 42 ลูกเตะมุมของอังกฤษ บอลลอยเข้ากลางกรอบเขตโทษ เคนกระโดดเหนือทุกคน — เขากระโดดสูงกว่าใครในสนาม หน้าผากของเขาปะทะลูกบอลตรงกลาง ลิวาโควิชไม่มีโอกาส
2-1
ประตูที่สองของเคน อังกฤษนำอีกครั้ง ทูเคิลชกอากาศข้างสนาม แต่เรื่องยังไม่จบ
ช่วงทดเวลาครึ่งแรก นาทีที่ 45+5 โครเอเชียบุกอีกครั้ง เปตาร์ มูซาเก็บบอลในกรอบเขตโทษ ยิงต่ำด้วยเท้าขวา ลูกบอลลอดผ่านขาผู้เล่น ผ่านปลายนิ้วของพิกฟอร์ด เข้าประตู
2-2
หมดครึ่งแรก สี่ประตู สองครั้งที่นำและถูกตีเสมอ แฟนบอลในดัลลัสแทบหายใจไม่ทัน นี่ไม่ใช่การแข่งขันฟุตบอล — นี่คือการชกมวยรุ่นเฮฟวี่เวท คุณต่อยฉัน ฉันต่อยคุณ ใครล้มก่อนแพ้
เบลลิงแฮม: ปิดปากเสียงโห่
ก่อนครึ่งหลังเริ่ม จู๊ด เบลลิงแฮมได้ยินเสียงโห่
ทำไม? อาจเป็นเพราะเขาเล่นให้เรอัล มาดริด อาจเป็นเพราะสิ่งที่เขาพูดก่อนเกม อาจเป็นเพียงเพราะเขาคือจู๊ด เบลลิงแฮม — ซูเปอร์สตาร์แห่งยุคของเขา ที่มักมาพร้อมกับความรักและความเกลียดชังในปริมาณที่เท่ากัน เสียงโห่ดังอยู่ 90 วินาที
นาทีที่ 47 ครึ่งหลังเพิ่งเริ่ม เบลลิงแฮมเก็บบอลทางขวา กองหลังโครเอเชียสองคนยืนอยู่ตรงหน้า เขาเร่งความเร็ว เขาหลบ เขาตัดเข้าใน — และยิงต่ำเสียบมุมไกล
ลูกบอลเสียดหญ้าเข้าประตู
3-2
เบลลิงแฮมวิ่งไปที่ข้างสนาม เอานิ้วชี้ปิดปาก เสียงโห่หายไป แทนที่ด้วยเสียงคำรามของแฟนบอลอังกฤษ เขาอายุ 22 ปี ในคืนนี้ ในสนามนี้ เขาคือเจ้าแห่งดัลลัส
ประตูแรกในฟุตบอลโลกของเขา ไม่ใช่ประตูสุดท้าย
แรชฟอร์ด: หมัดน็อกเอาต์
นาทีที่ 85 ผู้เล่นโครเอเชียแทบขยับไม่ไหว โมดริชยืนเอามือเท้าสะโพก หายใจหอบ ร่างกายวัย 40 ปี กำลังมอดไหม้ในความร้อนของดัลลัส
ซาก้าเก็บบอลทางขวา จ่ายให้แรชฟอร์ด แรชฟอร์ดหลบกองหลังและยิงต่ำเสียบมุมไกล
4-2
จบเกม แรชฟอร์ดวิ่งไปที่ม้านั่งสำรอง ทูเคิลคว้าตัวเขาไว้ ความลึกของขุมกำลังอังกฤษ — นี่คือช่องว่างระหว่างสองทีม เมื่อขาของโมดริชกลายเป็นตะกั่ว แรชฟอร์ดเพิ่งลงสนาม เต็มไปด้วยพลังระเบิด
โมดริช: สนธยาของตำนาน
เสียงนกหวีดหมดเวลา โมดริชยืนที่กลางสนาม มองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนของดัลลัส
40 ปี นี่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา ในปี 2018 เขาลากโครเอเชียเข้าชิงชนะเลิศและคว้าบัลลงดอร์ ปี 2022 เขาพาพวกเขาคว้าอันดับสาม เขาคือหนึ่งในกองกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคนี้ — อาจจะยิ่งใหญ่ที่สุด
แต่คืนนี้ เขาทำผิดพลาด จุดโทษนาทีที่ 12 เป็นของเขา ประตูของเบลลิงแฮมนาทีที่ 47 เป็นประตูที่เขาไล่ตามไม่ทัน เวลาไม่เคยปราณีใคร แม้แต่ลูกา โมดริช
เขาเดินเข้าอุโมงค์ แฟนบอลอังกฤษลุกขึ้นปรบมือ ไม่ใช่การเยาะเย้ย — แต่เป็นความเคารพ พวกเขารู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่ สนธยาของตำนาน
ตารางคะแนนกลุ่ม L
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | อังกฤษ | 1 | 1 | 0 | 0 | 4 | 2 | +2 | 3 |
| 2 | กานา | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 3 | ปานามา | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 4 | โครเอเชีย | 1 | 0 | 0 | 1 | 2 | 4 | -2 | 0 |
ข้อมูลการแข่งขัน:
- อังกฤษ 4-2 โครเอเชีย
- สนาม: เอทีแอนด์ที สเตเดียม, ดัลลัส, เท็กซัส
- ผู้ทำประตู: เคน 12′ (จุดโทษ), 42′ (อังกฤษ); บาตูรินา 36′, มูซา 45+5′ (โครเอเชีย); เบลลิงแฮม 47′, แรชฟอร์ด 85′ (อังกฤษ)
- แมนออฟเดอะแมตช์: แฮร์รี เคน (อังกฤษ)