นิวยอร์ก — ถ้าคุณเป็นแฟนบอลทีมที่ยังอยู่ในฟุตบอลโลกนี้ สิ่งที่คุณเห็นที่เมตไลฟ์ สเตเดียม ควรทำให้คุณกลัว ฝรั่งเศสไม่ได้แค่ชนะสวีเดน 3-0 — พวกเขาทำลายสวีเดนด้วยความเฉียบขาดแบบที่แยกแชมป์ออกจากผู้ท้าชิง และหัวใจของทุกอย่างคือ คีลียัน เอ็มบัปเป้ ที่กำลังเขียนบทใหม่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
สิ่งที่เอ็มบัปเป้ทำในนิวยอร์กสมควรได้รับการกล่าวถึงแยกต่างหาก สองประตู สิบประตูในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก — มากที่สุดในประวัติศาสตร์ มากกว่าโรนัลโด มากกว่าเปเล่ มากกว่าทุกคนที่เคยเล่นเกมนี้ สิบแปดประตูรวมในฟุตบอลโลก — ตามหลังสถิติ 19 ประตูของลิโอเนล เมสซี่แค่ลูกเดียว หกประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ — เสมอเมสซี่ในการล่าดาวซัลโว และเขาอายุแค่ 27 ปี ยังไม่ถึงจุดพีคด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ควรทำให้คู่แข่งของฝรั่งเศสกังวลจริงๆ คือเอ็มบัปเป้ไม่ใช่คนเดียวที่เล่นได้เหนือชั้น ไมเคิล โอลิเซ่ กองกลางบาเยิร์น มิวนิค ที่มีเท้าซ้ายราวกับกวี จ่ายสองแอสซิสต์ที่เป็นงานศิลปะ ลูกแรกในนาทีที่ 53 เป็นลูกแทงทะลุช่องที่ผ่ากลางสวีเดนให้ บราดลีย์ บาร์โกลา หลุดไปยิง ลูกที่สองในนาทีที่ 74 เป็นลูกทะลุช่องที่น้ำหนักสมบูรณ์แบบจนเอ็มบัปเป้แทบไม่ต้องชะลอฝีเท้าก่อนชิพข้ามนายทวาร นั่นคือห้าแอสซิสต์สำหรับโอลิเซ่ในทัวร์นาเมนต์นี้ — มากที่สุดโดยผู้เล่นคนใดในฟุตบอลโลกครั้งเดียวนับตั้งแต่ปี 1994
44 นาทีแรก สวีเดนทำให้เกมนี้ดูเหมือนมีการแข่งขัน ผู้รักษาประตู เซตเตอร์สตรอม แสดงปาฏิหาริย์ — เซฟ 9 ครั้ง หลายครั้งระดับโลก เอ็มบัปเป้ยิงเข้าประตูแต่ถูกริบเพราะล้ำหน้า เขายิงชนเสาจากระยะเผาขน โอลิเซ่ตีลังกายิงวอลเลย์ชนเสา สามครั้งที่ฝรั่งเศสชนเสา สามครั้งที่สวีเดนรอด
จากนั้นนาทีที่ 45 เอ็มบัปเป้ตัดสินใจว่าพอแล้ว ลูกเตะมุมสั้น แลกบอลเร็วกับอุสมาน เดมเบเล่ และทันใดนั้นเอ็มบัปเป้ก็อยู่ในกรอบเขตโทษพร้อมบอลที่เท้า เขาหลอก ยอเคเรส จนเสียหลัก และปั่นด้วยขวาเสียบมุมไกล 1-0 สถิติโลกแตก แนวต้านของสวีเดนพังทลาย
ครึ่งหลังคือการเดินขบวน บาร์โกลาทำประตูแรกในฟุตบอลโลก เอ็มบัปเป้เพิ่มลูกที่สอง โอลิเซ่คุมเกม เดมเบเล่ทรมานกองหลัง และเมื่อดีดีเย่ เดส์ช็องส์ เปลี่ยนตัวสองซูเปอร์สตาร์ออกในนาทีที่ 85 ทั้งสนามลุกขึ้นปรบมือ — รวมถึงเดส์ช็องส์เองที่โค้งคำนับให้เอ็มบัปเป้ราวกับข้าราชบริพารถวายความเคารพต่อกษัตริย์
สำหรับแฟนบอลไทยที่ชื่นชอบความยิ่งใหญ่เมื่อได้เห็น นี่คือการแสดงที่น่าจดจำ เราไม่ค่อยได้เห็นนักเตะที่เล่นในระดับนี้ — นักเตะที่ไม่ได้แค่ทำลายสถิติแต่กำลังนิยามใหม่ว่าอะไรเป็นไปได้ เอ็มบัปเป้มีประตูในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกมากกว่าใครในประวัติศาสตร์ และเขาทำได้ในเวลาแค่ 9 นัดในรอบน็อกเอาต์
สวีเดนไม่เคยอยู่ในเกมนี้เลยจริงๆ หลังจากประตูแรก พวกเขาผ่านเข้ารอบมาจาก “กลุ่มมรณะ” — ร่วมกับเนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และตูนิเซีย — ในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุด แต่ทั้งสามทีมที่ผ่านเข้ารอบจากกลุ่มนั้นตกรอบแรกของน็อกเอาต์ทั้งหมด มันคือเครื่องเตือนใจว่าการเอาตัวรอดในรอบแบ่งกลุ่มกับการแข่งขันในรอบน็อกเอาต์เป็นคนละเรื่องกัน
ฝรั่งเศสจะพบกับปารากวัยในรอบ 16 ทีมสุดท้าย — ปารากวัยทีมเดียวกับที่เขี่ยเยอรมนีตกรอบด้วยการดวลจุดโทษ บนกระดาษมันควรจะง่าย แต่นี่คือฟุตบอลโลกและไม่มีอะไรง่าย สิ่งที่เรารู้คือ: ฝรั่งเศสยิงสามประตูขึ้นไปในห้าเกมฟุตบอลโลกติดต่อกัน เป็นสถิติทัวร์นาเมนต์ พวกเขามีนักเตะที่ดีที่สุดในโลกในช่วงฟอร์มพีคของชีวิต และพวกเขามีสี่ประสานในแนวรุก — เอ็มบัปเป้, เดมเบเล่, โอลิเซ่, บาร์โกลา — ที่ไม่มีแนวรับใดในทัวร์นาเมนต์นี้รู้สึกปลอดภัย
ข้อความจากนิวยอร์กชัดเจน: ถ้าคุณอยากชนะฟุตบอลโลกนี้ คุณต้องผ่านฝรั่งเศสไปให้ได้ ขอให้โชคดี