กัวดาลาฮารา — ฟุตบอลโลกคือเวทีที่สร้างและทำลายตำนาน ในคืนวันอังคารที่เอสตาดิโอ อัครอน เราได้เห็นทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
ดาเนียล มูโญซ แบ็กขวาของคริสตัล พาเลซ กลายเป็นฮีโร่ของโคลอมเบียอีกครั้ง ด้วยประตูชัยในนาทีที่ 76 ที่ทำให้ทีมกาเฟเตรอสเอาชนะดีอาร์ คองโก 1-0 และผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ขณะที่ฮาเมส โรดริเกซ — กัปตันทีม ตำนาน และดาวซัลโวสูงสุดของโคลอมเบียในฟุตบอลโลก — ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 58
นี่คือเรื่องราวของการเปลี่ยนผ่าน

ฮาเมส: ตำนานที่ต้องหลีกทาง
ย้อนกลับไปในปี 2014 ฮาเมส โรดริเกซ คือดาวเด่นของฟุตบอลโลก เขายิงได้ 6 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโว และพาโคลอมเบียเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ การยิงลูกวอลเลย์เหนือไหล่ในเกมกับอุรุกวัยยังคงเป็นหนึ่งในประตูที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
สิบสองปีต่อมา ฮาเมสในวัย 34 ปี ยังคงเป็นกัปตันทีม แต่ร่างกายของเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว
ในเกมกับดีอาร์ คองโก ฮาเมสพยายามสร้างสรรค์เกมจากตำแหน่งกองกลางตัวรุก เขายิงฟรีคิกที่เกือบจะเป็นประตูในครึ่งแรก และพยายามจ่ายบอลทะลุช่องให้เพื่อนร่วมทีม แต่ความเร็วและความคล่องตัวที่เคยเป็นจุดเด่นของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเนสเตอร์ โลเรนโซตัดสินใจเปลี่ยนตัวเขาในนาทีที่ 58 ฮาเมสเดินออกจากสนามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของเขาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด — นี่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา และเขากำลังถูกแทนที่
มูโญซ: ฮีโร่คนใหม่
ผู้ที่เข้ามาแทนที่ฮาเมสในแง่ของความสำคัญต่อทีมคือ ดาเนียล มูโญซ แบ็กขวาวัย 30 ปีจากคริสตัล พาเลซ
มูโญซยิงประตูในเกมเปิดสนามกับอุซเบกิสถาน และในเกมนี้เขายิงประตูชัยอีกครั้ง เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่สี่ในประวัติศาสตร์โคลอมเบียที่ยิงประตูได้ในสองนัดแรกของฟุตบอลโลก — ต่อจากตำนานอย่างเบร์นาร์โด เรดิน, วิคเตอร์ อาริสติซาบัล และฮาเมส โรดริเกซเอง
ประตูของมูโญซในนาทีที่ 76 เป็นผลงานของความมุ่งมั่นล้วนๆ ฮวน กินเตโร จ่ายบอลทะลุช่อง จอห์น กอร์โดบาใช้ร่างกายบังบอลจากกองหลังคองโก และมูโญซวิ่งสอดขึ้นมาจากตำแหน่งแบ็กขวาเพื่อซัดบอลที่แฉลบกองหลังเข้าไป
มูโญซไม่ใช่นักเตะที่ฉูดฉาด เขาไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์เหมือนฮาเมสในวัยหนุ่ม แต่เขาคือนักเตะที่ทำงานหนัก วิ่งขึ้นลงริมเส้นตลอด 90 นาที และพร้อมจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม
หลุยส์ ดิอาซ: ดาวเด่นที่ยังรอประตู
หลุยส์ ดิอาซ ปีกซ้ายจากบาเยิร์น มิวนิค คือนักเตะที่อันตรายที่สุดของโคลอมเบียในเกมนี้ เขายิงตรงกรอบหลายครั้ง เลี้ยงบอลผ่านกองหลังคองโกราวกับพวกเขาไม่มีตัวตน และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมมากมาย
แต่เขายังยิงประตูไม่ได้
ที่แย่กว่านั้นคือ ดิอาซยิงประตูได้สองครั้งในเกมนี้ แต่ทั้งสองครั้งถูกปฏิเสธ — ครั้งแรกเพราะทำฟาวล์ในจังหวะแย่งบอล ครั้งที่สองเพราะล้ำหน้า ดิอาซเดินออกจากสนามด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับนักเตะที่เคยยิงประตูในรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก การรอคอยประตูแรกในฟุตบอลโลกครั้งนี้กำลังกลายเป็นภาระทางจิตใจ
ลิโอเนล มปาซี: ผู้แพ้ที่ยิ่งใหญ่
ไม่มีใครสมควรได้รับชัยชนะมากไปกว่าลิโอเนล มปาซี ผู้รักษาประตูของดีอาร์ คองโก
เขาเซฟได้ 5 ครั้งใน 20 นาทีแรก — สถิติที่ไม่เคยมีใครทำได้ในฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1998 เขาเซฟได้ทั้งหมด 9 ครั้งในเกมนี้ และได้รับคะแนน 9 เต็ม 10 จาก FootballPark
แต่เขากลับเดินออกจากสนามในฐานะผู้แพ้
นี่คือความโหดร้ายของฟุตบอล และนี่คือความโหดร้ายของตำแหน่งผู้รักษาประตู
ตารางคะแนนกลุ่ม K
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | โคลอมเบีย | 2 | 2 | 0 | 0 | 4 | 1 | +3 | 6 |
| 2 | โปรตุเกส | 2 | 1 | 1 | 0 | 4 | 2 | +2 | 4 |
| 3 | ดีอาร์ คองโก | 2 | 0 | 1 | 1 | 1 | 2 | -1 | 1 |
| 4 | อุซเบกิสถาน | 2 | 0 | 0 | 2 | 1 | 5 | -4 | 0 |
โคลอมเบียผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายแล้ว โปรตุเกสต้องการเพียงผลเสมอในนัดสุดท้ายเพื่อผ่านเข้ารอบ ดีอาร์ คองโกต้องชนะอุซเบกิสถานและลุ้นผลการแข่งขันอื่นๆ
ที่มา: FootballPark, FOX Sports, 11v11, Opta