สรุปสำคัญ
- ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติโปรตุเกส: โรนัลโดครองสถิติยิงประตูให้ทีมชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชาย พร้อมสถิติลงเล่นฟุตบอลโลก 5 สมัย (2006–2022) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนที่ทำได้
- ค่า Outlier ทางสถิติที่โดดเด่น: อัตราการชนะลูกกลางอากาศ (Aerial Duel Win Rate) และจำนวนประตูจากลูกโหม่งในฟุตบอลโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกองหน้าระดับท็อปอย่างมีนัยสำคัญ
- การเชื่อมโยงกับแฟนบอลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ตั้งแต่ยุคแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนถึงอัล นาสเซอร์ โรนัลโดเป็นนักเตะที่แฟนบอลในภูมิภาคติดตามมากที่สุดคนหนึ่ง พร้อมข้อมูลรับชมที่ตรงกับเวลา UTC+7
การ์ดข้อมูลด่วน: โปรไฟล์คริสเตียโน โรนัลโด
การทำความเข้าใจคุณค่าของ คริสเตียโน โรนัลโด ในฟุตบอลโลก ต้องเริ่มต้นจากการมองภาพรวมผ่านข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ นักเตะผู้นี้ไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่คุ้นหู แต่เป็นชุดข้อมูลทางสถิติที่น่าทึ่งซึ่งสะท้อนเส้นทางอาชีพอันยาวนาน ตั้งแต่การแจ้งเกิดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก สู่จุดสูงสุดกับเรอัล มาดริด ใน La Liga และการเดินทางครั้งใหม่กับอัล นาสเซอร์ ข้อมูลเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เราถอดรหัส Radar Chart และเข้าใจว่าทำไมเขาจึงเป็นผู้เล่นที่พิเศษกว่าใครในเวทีระดับโลก
ตารางข้อมูลสรุปนี้เปรียบเสมือนการ์ดผู้เล่นฉบับย่อ ที่รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่ข้อมูลส่วนตัวไปจนถึงความสำเร็จในนามทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งเป็นรากฐานในการวิเคราะห์เชิงลึกในส่วนถัดไปของบทความ
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro |
| วันเกิด | 5 กุมภาพันธ์ 1985 |
| ส่วนสูง / น้ำหนัก | 1.87 เมตร / 85 กิโลกรัม |
| ตำแหน่ง | กองหน้า (Forward) |
| สโมสรปัจจุบัน | อัล นาสเซอร์ (Saudi Pro League) |
| ทีมชาติ | โปรตุเกส |
| ฟุตบอลโลกที่เข้าร่วม | 2006, 2010, 2014, 2018, 2022 |
| สโมสรหลักในอดีต | สปอร์ติ้ง ลิสบอน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส |
เส้นทางฟุตบอลโลก 5 สมัย: ไทม์ไลน์แห่งตัวเลข
เส้นทางของโรนัลโดในฟุตบอลโลกคือการเดินทางที่กินเวลากว่า 16 ปี ผ่าน 5 ทัวร์นาเมนต์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตัวเลขสถิติในแต่ละครั้งไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จหรือความผิดหวัง แต่ยังสะท้อนถึงพัฒนาการและบทบาทที่เปลี่ยนไปของเขาในสนาม ตั้งแต่ดาวรุ่งพุ่งแรง สู่กัปตันทีมผู้แบกความหวัง และตำนานที่ยังคงไล่ล่าความฝัน
สำหรับแฟนบอลจำนวนมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เริ่มติดตามเขาอย่างจริงจังในยุคแรกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2003–2009) ฟุตบอลโลก 2006 และ 2010 จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ การได้เห็นนักเตะที่เชียร์ในลีกสุดสัปดาห์ก้าวไปสู่เวทีที่ใหญ่ที่สุดคือประสบการณ์ร่วมของแฟนบอลทั่วทั้งภูมิภาค
สถิติฟุตบอลโลกแบบทัวร์นาเมนต์ต่อทัวร์นาเมนต์
- ฟุตบอลโลก 2006 (เยอรมนี): ในวัยเพียง 21 ปี โรนัลโดลงเล่นในฐานะปีกดาวรุ่ง เขามีส่วนสำคัญในการพาโปรตุเกสไปถึงรอบรองชนะเลิศและจบด้วยอันดับ 4 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมชาติในยุคของเขา ประตูแรกของเขาในฟุตบอลโลกมาจากลูกจุดโทษในเกมกับอิหร่าน
- ฟุตบอลโลก 2010 (แอฟริกาใต้): โรนัลโดในฐานะกัปตันทีมและซูเปอร์สตาร์เต็มตัว ต้องเผชิญกับความกดดันมหาศาล เขายิงได้ 1 ประตูในเกมที่ถล่มเกาหลีเหนือ 7-0 แต่โปรตุเกสต้องยุติเส้นทางไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายให้กับสเปนแชมป์โลกในปีนั้น
- ฟุตบอลโลก 2014 (บราซิล): ทัวร์นาเมนต์ที่น่าผิดหวังสำหรับโปรตุเกสและโรนัลโด ซึ่งมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แม้จะยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกมกับกานาได้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะพาทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้
- ฟุตบอลโลก 2018 (รัสเซีย): นี่คือฟุตบอลโลกที่โรนัลโดโชว์ฟอร์มส่วนตัวได้ร้อนแรงที่สุด เขาเปิดตัวอย่างน่าทึ่งด้วยการทำ แฮตทริกใส่สเปน ในเกมที่เสมอ 3-3 และยิงประตูชัยให้ทีมชนะโมร็อกโก แม้โปรตุเกสจะตกรอบ 16 ทีม แต่ฟอร์มของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้ก็ถูกจดจำไปอีกนาน
- ฟุตบอลโลก 2022 (กาตาร์): โรนัลโดสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็น ผู้เล่นชายคนแรกที่ยิงประตูในฟุตบอลโลกได้ 5 สมัยติดต่อกัน จากลูกจุดโทษในเกมกับกานา อย่างไรก็ตาม บทบาทของเขาในทีมเริ่มลดลงและโปรตุเกสต้องจบเส้นทางในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
| ปี | เจ้าภาพ | ลงเล่น (นัด) | ประตู | แอสซิสต์ | ผลงานทีม |
|---|---|---|---|---|---|
| 2006 | เยอรมนี | 6 | 1 | 0 | อันดับ 4 |
| 2010 | แอฟริกาใต้ | 4 | 1 | 1 | รอบ 16 ทีม |
| 2014 | บราซิล | 3 | 1 | 1 | รอบแบ่งกลุ่ม |
| 2018 | รัสเซีย | 4 | 4 | 0 | รอบ 16 ทีม |
| 2022 | กาตาร์ | 5 | 1 | 0 | รอบ 8 ทีม |
Data Radar: ถอดรหัสค่า Outlier ที่ทำให้โรนัลโดแตกต่าง
หากเรานำข้อมูลผลงานของกองหน้าระดับโลกมาสร้างเป็น “Data Radar” หรือแผนภูมิเรดาร์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในมิติต่างๆ เราจะพบว่าแผนภูมิของคริสเตียโน โรนัลโด มีรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร โดยมีแกนบางแกนที่ยื่นยาวออกมาอย่างโดดเด่น ซึ่งบ่งชี้ถึงค่าสถิติที่แตกต่าง (Outlier) จากค่าเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ
การวิเคราะห์นี้ไม่ใช่แค่การดูจำนวนประตู แต่เป็นการเจาะลึกไปที่คุณลักษณะเฉพาะตัวที่ทำให้เขาเป็นภัยคุกคามต่อคู่แข่งในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศที่หาตัวจับได้ยาก
1. อัตราการยิงเข้ากรอบ (Shot Accuracy): แม้โรนัลโดจะเป็นผู้เล่นที่พยายามยิงประตูบ่อยครั้ง แต่สถิติการยิงเข้ากรอบในฟุตบอลโลกของเขาก็ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับปริมาณการยิงทั้งหมด นี่สะท้อนถึงความมั่นใจและเทคนิคการยิงที่ยอดเยี่ยม
2. อัตราการแปลงโอกาสเป็นประตู (Conversion Rate): ค่านี้อาจมีความผันผวนในแต่ละทัวร์นาเมนต์ โดยฟุตบอลโลก 2018 เป็นปีที่เขามีอัตราการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูสูงที่สุดอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับจำนวน 4 ประตูที่ทำได้จากโอกาสยิงไม่มากนักในทัวร์นาเมนต์นั้น
3. อัตราการชนะลูกกลางอากาศ (Aerial Duel Win Rate): นี่คือค่า Outlier ที่ชัดเจนที่สุดของโรนัลโด ด้วยส่วนสูง ร่างกายที่แข็งแกร่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังกระโดดที่เหลือเชื่อ ทำให้เขามีอัตราการเอาชนะในการดวลลูกกลางอากาศสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกองหน้าทั่วไปอย่างมาก สิ่งนี้ทำให้เขาเป็นอาวุธสำคัญในจังหวะลูกตั้งเตะและลูกครอสจากด้านข้าง
4. ประตูจากลูกโหม่ง: สถิตินี้เชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศของเขา แม้ในฟุตบอลโลก ประตูส่วนใหญ่ของเขาจะมาจากเท้าและลูกจุดโทษ แต่การมีอยู่ของเขาในกรอบเขตโทษระหว่างจังหวะโยนบอลเข้าใส่ก็ดึงตัวประกบและสร้างพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมได้เสมอ
5. ประสิทธิภาพการยิงฟรีคิกและจุดโทษ: โรนัลโดคือตัวเลือกแรกในการยิงลูกนิ่งมาโดยตลอด ประตูในฟุตบอลโลกของเขาหลายลูกมาจากลูกจุดโทษที่แสดงถึงความเยือกเย็น ส่วนฟรีคิกนั้น แม้ช่วงหลังอาจไม่เฉียบคมเท่าเดิม แต่ลูกยิงใส่สเปนในปี 2018 ก็ยังเป็นภาพจำที่พิสูจน์ถึงคุณภาพของเขาได้เป็นอย่างดี
เปรียบเทียบประสิทธิภาพข้ามทัวร์นาเมนต์: ตัวเลขที่ไม่โกหก
เมื่อมองดูสถิติของโรนัลโดในนามทีมชาติ หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมความสำเร็จในฟุตบอลโลกจึงไม่เทียบเท่ากับในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) หรือแม้แต่ยูฟ่า เนชันส์ ลีก การเปรียบเทียบตัวเลขประสิทธิภาพข้ามรายการเมเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ตารางด้านล่างแสดงให้เห็นว่าอัตราการยิงประตูต่อนัดของเขาในฟุตบอลยูโรและเนชันส์ ลีกนั้นสูงกว่าในฟุตบอลโลกอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยหลายอย่างอาจส่งผลต่อความแตกต่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของคู่แข่งในแต่ละรอบ, แทคติกของทีมโปรตุเกสในแต่ละยุค, หรือแม้แต่บทบาทของโรนัลโดเองที่เปลี่ยนไปตามอายุ
สำหรับแฟนบอลที่ติดตามผลงานของเขาทั้งในระดับสโมสรกับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริด จะเห็นได้ว่าสถิติการทำประตูในลีกและฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่มักจะสูงกว่าในฟุตบอลโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่แตกต่างกันของการแข่งขันระดับทีมชาติที่ต้องรวมตัวกันในระยะเวลาสั้นๆ
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพข้ามรายการ
| รายการ | ลงเล่น (นัด) | ประตู | อัตราประตูต่อนัด | ความสำเร็จสูงสุด |
|---|---|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก (รวม) | 22 | 8 | 0.36 | อันดับ 4 (2006) |
| ฟุตบอลยูโร (รวม) | 25 | 14 | 0.56 | แชมป์ (2016) |
| UEFA Nations League | 11 | 7 | 0.64 | แชมป์ (2019) |
กายวิภาคตำแหน่งและบทบาททางแทคติก
วิวัฒนาการของคริสเตียโน โรนัลโด ในฟุตบอลโลกสามารถมองผ่าน “กายวิภาคตำแหน่ง” หรือการเปลี่ยนแปลงบทบาททางแทคติกในสนามตลอด 5 สมัย เขาไม่ได้เล่นในตำแหน่งเดิมหรือมีหน้าที่เหมือนเดิมตลอด 16 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอลที่ติดตามเขามาตั้งแต่สมัยเป็นดาวรุ่งในพรีเมียร์ลีก
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการปรับตัวให้เข้ากับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปตามวัย และการปรับแทคติกของโค้ชทีมชาติโปรตุเกสในแต่ละยุค
- ยุคเริ่มต้น (2006-2010): ปีกจอมลากเลื้อย (Winger)
- ในฟุตบอลโลกครั้งแรกและครั้งที่สอง โรนัลโดคือนิยามของปีกสมัยใหม่ในระบบ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 บทบาทหลักของเขาคือการใช้ความเร็ว, ทักษะการเลี้ยงบอล, และการลากตัดเข้าในเพื่อสร้างโอกาสยิงหรือส่งให้เพื่อน แฟนบอลที่คุ้นเคยกับภาพของเขาที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะจำสไตล์การเล่นแบบนี้ได้เป็นอย่างดี
- ยุคพีค (2014-2018): กองหน้าตัวใน / ตัวจบสกอร์ (Inside Forward / Finisher)
- เมื่อย้ายไปเรอัล มาดริด และพัฒนาสู่การเป็นเครื่องจักรทำประตู บทบาทของเขาก็เปลี่ยนไป แม้จะเริ่มต้นในตำแหน่งด้านซ้าย แต่เขาจะเคลื่อนที่เข้าสู่กรอบเขตโทษบ่อยขึ้นเพื่อรับบทเป็นตัวจบสกอร์หลักของทีม ในฟุตบอลโลก 2018 บทบาทนี้ชัดเจนที่สุด โดยเขาเป็นศูนย์กลางของเกมรุกทั้งหมด
- ยุคหลัง (2022): กองหน้าตัวเป้า / ตัวพักบอล (Center-Forward / Target Man)
- ในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่กาตาร์ ด้วยวัย 37 ปี บทบาทของเขาเปลี่ยนไปสู่การเป็นกองหน้าตัวเป้า หรือที่เรียกว่า Target Man ซึ่งเน้นการยืนค้ำในแดนหน้า ใช้ความแข็งแกร่งในการพักบอล และใช้ความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศให้เป็นประโยชน์ในกรอบเขตโทษ เขากลายเป็นจุดโฟกัสให้เพื่อนร่วมทีมโยนบอลเข้าใส่ มากกว่าที่จะเป็นคนลากเลื้อยด้วยตัวเอง
ตัวเลขที่บอกเล่าเรื่องราว: สถิติสำคัญที่ต้องรู้
นอกเหนือจากประตูและแอสซิสต์ ยังมีสถิติและหมุดหมายสำคัญอีกมากมายที่คริสเตียโน โรนัลโด สร้างไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกและทีมชาติโปรตุเกส ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่จับต้องได้และช่วยยืนยันสถานะความเป็นตำนานของเขาในเวทีระดับโลก
- ผู้เล่นคนแรกและคนเดียว: ที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้ถึง 5 สมัย ที่แตกต่างกัน (2006, 2010, 2014, 2018, 2022)
- ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล: ของทีมชาติโปรตุเกส ด้วยจำนวนประตูมากกว่า 120 ประตู
- ผู้เล่นที่ลงเล่นให้ทีมชาติมากที่สุด: ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชาย โดยลงสนามให้โปรตุเกสไปแล้วมากกว่า 200 นัด
- แฮตทริกที่น่าจดจำ: เป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ทำแฮตทริกได้ในฟุตบอลโลก ด้วยวัย 33 ปี 130 วัน ในเกมกับสเปน ปี 2018
- ลงเล่นในฟุตบอลโลก 5 สมัย: เป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ (ร่วมกับ โลธาร์ มัทเธอุส, อันโตนิโอ คาร์บาฮาล, ราฟาเอล มาร์เกซ, จานลุยจิ บุฟฟอน, อันเดรส กวาร์ดาโด และ ลิโอเนล เมสซี) ที่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์นี้ 5 ครั้ง
- กัปตันทีมโปรตุเกส: ลงเล่นในฟุตบอลโลกในฐานะกัปตันทีมถึง 4 สมัยติดต่อกัน (2010-2022)
มรดกของโรนัลโดในฟุตบอลโลกและอิทธิพลต่อแฟนบอล SEA
มรดกของคริสเตียโน โรนัลโด ในฟุตบอลโลกนั้นซับซ้อนและเต็มไปด้วยมิติที่หลากหลาย แม้ถ้วยแชมป์โลกจะเป็นสิ่งเดียวที่เขาไปไม่ถึง แต่ตัวเลข สถิติ และช่วงเวลาที่น่าจดจำที่เขาสร้างขึ้นก็ได้จารึกชื่อของเขาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ไปแล้วเรียบร้อย
สำหรับแฟนบอลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อิทธิพลของโรนัลโดยิ่งมีความพิเศษมากขึ้นไปอีก แฟนบอลรุ่นใหม่จำนวนมากเติบโตมากับการเฝ้าดูเขาลงเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีการถ่ายทอดสดในช่วงเวลาที่ลงตัวกับเขตเวลา UTC+7 ทำให้เกิดความผูกพันที่ยาวนานตั้งแต่เขายังเป็นดาวรุ่งจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก
ความเป็นมืออาชีพ, ความทุ่มเทในการฝึกซ้อม และความปรารถนาที่จะเป็นที่หนึ่งเสมอของเขา ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลเยาวชนและแฟนกีฬาทั่วทั้งภูมิภาค แม้ว่าอนาคตในฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก จะยังเป็นเครื่องหมายคำถาม แต่การที่เขายังคงลงเล่นในระดับอาชีพด้วยสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้แฟนบอลยังคงมีความหวังที่จะได้เห็นเขาในเวทีนี้เป็นสมัยที่ 6 ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเขาจะได้ลงเล่นอีกหรือไม่ มรดกของเขาในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยลงแข่งขันในฟุตบอลโลกนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจลบเลือนได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
คริสเตียโน โรนัลโด เข้าร่วมฟุตบอลโลกทั้งหมดกี่สมัย และครั้งแรกที่ลงเล่นอายุเท่าไหร่?
คริสเตียโน โรนัลโด เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งหมด 5 สมัย ได้แก่ปี 2006, 2010, 2014, 2018 และ 2022 เขาลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในทัวร์นาเมนต์ที่เยอรมนีปี 2006 ขณะมีอายุ 21 ปี และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่ทำได้
อัตราการยิงประตูของโรนัลโดในฟุตบอลโลกเทียบกับฟุตบอลยูโรแตกต่างกันอย่างไร?
อัตราการยิงประตูของโรนัลโดในฟุตบอลยูโรนั้นสูงกว่าในฟุตบอลโลกอย่างเห็นได้ชัด โดยเขามีค่าเฉลี่ย 0.56 ประตูต่อนัดในยูโร เทียบกับ 0.36 ประตูต่อนัดในฟุตบอลโลก ซึ่งอาจสะท้อนถึงความสำเร็จของทีมโปรตุเกสที่ไปถึงตำแหน่งแชมป์ยูโร 2016 ได้สำเร็จ
แฟนบอลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถรับชมการแข่งขันของโปรตุเกสในฟุตบอลโลกครั้งต่อไปได้อย่างไร?
ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งเวลาแข่งขันส่วนใหญ่จะตรงกับช่วงเช้าตรู่หรือช่วงสายตามเวลา UTC+7 ทำให้สะดวกต่อการรับชมของแฟนบอลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ผ่านผู้ให้บริการที่มีลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการในแต่ละประเทศ
โรนัลโดทำแฮตทริกในฟุตบอลโลกได้กี่ครั้ง และเกิดขึ้นเมื่อไหร่?
คริสเตียโน โรนัลโด ทำแฮตทริกในฟุตบอลโลกได้ 1 ครั้ง โดยเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกที่โปรตุเกสเสมอกับสเปนไปอย่างสุดมันส์ 3-3 ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานส่วนตัวที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ทัวร์นาเมนต์