- ถ้วย Jules Rimet ถูกขโมยในปี 1966: ก่อนทัวร์นาเมนต์ที่อังกฤษเพียงไม่กี่เดือน ถ้วยรางวัลถูกขโมยจากงานแสดงในลอนดอน และมีการเรียกค่าไถ่ 15,000 ปอนด์
- Pickles สุนัขจรจัดกลายเป็นฮีโร่: สุนัขพันธุ์ผสมของ David Corbett พบถ้วยห่อหนังสือพิมพ์ในสวนที่ Beulah Hill ทางตอนใต้ของลอนดอน
- ชะตากรรมสุดท้ายของถ้วย: บราซิลได้ครอบครองถ้วย Jules Rimet ถาวรในปี 1970 หลังคว้าแชมป์สมัยที่สาม แต่ถ้วยถูกขโมยอีกครั้งในปี 1983 และไม่เคยถูกพบอีกเลย
เปิดบาร์ด้วยเรื่องเล่า: ทำไมทุกคนควรรู้เรื่องนี้
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังนั่งคุยเรื่องฟุตบอลกับเพื่อนๆ แล้วมีคนโยนคำถามขึ้นมาว่า “นี่พวกนายรู้ไหมว่าถ้วยฟุตบอลโลกเคยถูกขโมยด้วยนะ?” เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่เป็นเหตุการณ์จริงที่น่าทึ่งที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม ปี 1966 ก่อนที่การแข่งขันที่อังกฤษจะเป็นเจ้าภาพจะเริ่มขึ้น ถ้วยรางวัล Jules Rimet อันทรงเกียรติได้หายไปจากงานแสดงแสตมป์ที่ Westminster Central Hall ในลอนดอน ทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษและตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดต้องปวดหัวไปตามๆ กัน
เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเมื่อมีจดหมายเรียกค่าไถ่ส่งมาถึงประธานสมาคมฟุตบอลในขณะนั้น เป็นจำนวนเงิน 15,000 ปอนด์ แต่จุดเปลี่ยนของเรื่องราวกลับไม่ได้มาจากตำรวจมือดี แต่มาจากฮีโร่สี่ขาชื่อ Pickles สุนัขพันธุ์ผสมที่เจ้าของพาไปเดินเล่นตามปกติ ก่อนที่มันจะไปดมเจอห่อของน่าสงสัยใต้พุ่มไม้ ซึ่งข้างในก็คือถ้วยรางวัลที่คนทั้งโลกตามหานั่นเอง เรื่องนี้จึงกลายเป็นตำนานที่แฟนบอลตัวจริงต้องรู้ไว้เล่าต่อในวงสนทนา
ไทม์ไลน์การขโมย: 7 วันที่ทำให้วงการฟุตบอลสะเทือน
เหตุการณ์การขโมยถ้วย Jules Rimet เป็นเหมือนพล็อตหนังระทึกขวัญที่เกิดขึ้นจริง โดยกินเวลาทั้งหมด 7 วันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความหวัง เริ่มต้นในวันที่ 20 มีนาคม 1966 ถ้วยรางวัลถูกขโมยไปจากตู้จัดแสดงที่ Westminster Central Hall ระหว่างที่มีงานแสดงแสตมป์ แม้จะมีการรักษาความปลอดภัย แต่หัวขโมยก็ฉวยโอกาสลงมือในช่วงที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพักกลางวัน
ข่าวการหายไปของถ้วยแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก สกอตแลนด์ยาร์ดระดมกำลังสืบสวนครั้งใหญ่ แต่ก็ยังไร้วี่แวว จนกระทั่งวันที่ 21 มีนาคม Joe Mears ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ได้รับจดหมายเรียกค่าไถ่ 15,000 ปอนด์ พร้อมกับคำขู่ว่าหากแจ้งตำรวจ ถ้วยจะถูกหลอมทิ้งทันที
ตำรวจได้วางแผนนัดเจอเพื่อส่งมอบเงินค่าไถ่ปลอม แต่แผนกลับล้มเหลวเมื่อผู้ต้องสงสัยรู้ตัวและพยายามหลบหนี อย่างไรก็ตาม ตำรวจสามารถจับกุมชายที่ชื่อ Edward Betchley ได้ แต่เขายืนยันว่าเป็นแค่คนกลางและไม่รู้ว่าถ้วยอยู่ที่ไหน เวลาผ่านไปจนถึงวันที่ 27 มีนาคม ขณะที่ความหวังเริ่มเลือนลาง David Corbett และสุนัขของเขา Pickles ก็ได้พบถ้วยโดยบังเอิญ ขณะเดินเล่นในย่าน Beulah Hill ทางตอนใต้ของลอนดอน เป็นการปิดฉาก 7 วันแห่งความโกลาหลที่วงการฟุตบอลจะไม่มีวันลืม
การเปรียบเทียบอย่างรวดเร็ว: ถ้วย Jules Rimet vs ถ้วยฟุตบอลโลกปัจจุบัน
| รายการ | ถ้วย Jules Rimet | ถ้วยฟุตบอลโลกปัจจุบัน |
|---|---|---|
| ปีที่ใช้งาน | 1930–1970 | 1974–ปัจจุบัน |
| วัสดุ | เงินชุบทอง บนฐานหิน lapis lazuli | ทองคำ 18 กะรัต |
| น้ำหนัก | ประมาณ 3.8 กิโลกรัม | 6.175 กิโลกรัม |
| ความสูง | 35 เซนติเมตร | 36.8 เซนติเมตร |
| กรรมสิทธิ์ | ทีมที่ชนะ 3 สมัยได้ครอบครองถาวร | ผู้ชนะได้ถ้วยจำลอง ทีมแชมป์เก็บถ้วยจริงไม่ได้ |
| สถานะปัจจุบัน | หายสาบสูญตั้งแต่ปี 1983 | อยู่ในการดูแลขององค์กรจัดการแข่งขัน |
Pickles: สุนัขที่กลายเป็นตำนาน
Pickles ไม่ใช่แค่สุนัขธรรมดา แต่คือฮีโร่ที่ช่วยกอบกู้วิกฤตระดับชาติ ในเย็นวันที่ 27 มีนาคม 1966 David Corbett เจ้าของของมัน ได้พามันออกไปเดินเล่นใกล้บ้านในย่าน South London จู่ๆ Pickles ก็เริ่มแสดงความสนใจกับห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ถูกทิ้งไว้ใต้พุ่มไม้ในสวนหน้าบ้านหลังหนึ่ง
ตอนแรก Corbett คิดว่ามันอาจเป็นระเบิดที่พวกก่อการร้ายทิ้งไว้ เขาจึงค่อยๆ แกะห่อออกดูอย่างระมัดระวัง แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือรูปปั้นเทพีแห่งชัยชนะ Nike ซึ่งก็คือถ้วย Jules Rimet ที่หายไปนั่นเอง เขารีบนำถ้วยไปส่งที่สถานีตำรวจ และในตอนแรกเขาก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง ก่อนที่เรื่องราวจะคลี่คลาย
การค้นพบครั้งนี้ทำให้ Pickles กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน มันและเจ้าของได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 6,000 ปอนด์ ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาลในสมัยนั้น Pickles ได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลก ได้ออกรายการโทรทัศน์หลายรายการ และยังได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง “The Spy with a Cold Nose” อีกด้วย ชื่อของมันถูกจารึกในประวัติศาสตร์ในฐานะสุนัขที่ช่วยให้การแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเดินหน้าต่อไปได้
การสืบสวน: ใครขโมยถ้วยและทำไม
แม้ว่าจะได้ถ้วยคืนมาแล้ว แต่ปริศนาที่ว่าใครคือหัวขโมยตัวจริงยังคงเป็นที่ถกเถียงกันมาจนถึงทุกวันนี้ ผู้ต้องสงสัยหลักที่ถูกจับกุมคือ Edward Betchley อดีตทหารวัย 47 ปี เขาถูกจับหลังจากพยายามนัดรับเงินค่าไถ่จากตำรวจที่ปลอมตัวมา Betchley อ้างว่าเขาเป็นเพียงคนกลางที่ถูกว่าจ้างให้มาส่งข้อความและรับเงินเท่านั้น โดยได้รับค่าจ้าง 500 ปอนด์จากชายลึกลับที่รู้จักกันในชื่อ “The Pole”
Betchley ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาขู่กรรโชกทรัพย์และถูกจำคุกเป็นเวลา 2 ปี แต่เขาไม่เคยยอมรับว่าเป็นคนขโมยถ้วย และไม่เคยเปิดเผยตัวตนของ “The Pole” เลยแม้แต่น้อย ทำให้ตัวการที่แท้จริงยังคงลอยนวล ตำรวจเชื่อว่าหัวขโมยน่าจะเป็นมืออาชีพที่ฉวยโอกาสในช่วงที่การรักษาความปลอดภัยหละหลวม แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานอื่นใดเพิ่มเติม ทำให้คดีนี้ไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริงได้
ทฤษฎีต่างๆ ยังคงถูกพูดถึง ทั้งเรื่องแก๊งอาชญากร หรือแม้แต่การสร้างสถานการณ์ แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงการคาดเดา สุดท้ายแล้วตัวตนของคนที่ขโมยถ้วย Jules Rimet ในปี 1966 ก็ยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่คลี่คลาย
ชะตากรรมสุดท้ายของ Jules Rimet: จากลอนดอนสู่ริโอ
หลังจากรอดพ้นจากการถูกขโมยในลอนดอน ถ้วย Jules Rimet ก็ได้เดินทางต่อไปยังเม็กซิโกในปี 1970 ที่ซึ่งทีมชาติบราซิลภายใต้การนำของ Pelé ได้สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เป็นสมัยที่สาม ตามกฎที่ตั้งไว้ในตอนนั้น ทีมใดที่ชนะการแข่งขันครบสามครั้ง จะได้สิทธิ์ครอบครองถ้วยรางวัล Jules Rimet ไปเป็นกรรมสิทธิ์ถาวร
ถ้วยรางวัลจึงถูกนำไปเก็บรักษาไว้อย่างภาคภูมิใจที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมฟุตบอลบราซิล (CBF) ในกรุงริโอเดจาเนโร โดยถูกจัดแสดงไว้ในตู้กระจกกันกระสุน อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของถ้วยใบนี้ยังไม่จบลงแค่นั้น ในคืนวันที่ 19 ธันวาคม 1983 กลุ่มคนร้ายได้บุกเข้าไปในสำนักงานและขโมยถ้วยไปอีกครั้ง
น่าเศร้าที่การขโมยครั้งนี้ไม่จบลงอย่างมีความสุขเหมือนครั้งแรก แม้ตำรวจจะจับกุมผู้ต้องสงสัยได้หลายคน แต่ก็ไม่เคยได้ถ้วยคืนมา ทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับกันมากที่สุดคือ ถ้วยรางวัลซึ่งทำจากเงินชุบทองได้ถูก หลอมเพื่อนำไปขาย เป็นการปิดฉากตำนานของถ้วย Jules Rimet อย่างถาวร ปัจจุบันสมาคมฟุตบอลบราซิลมีเพียงถ้วยจำลองที่ทำขึ้นใหม่ในปี 1984 เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงเกียรติยศที่หายไปตลอดกาล
เกร็ดน่ารู้สำหรับเล่าในบาร์: ข้อเท็จจริงที่แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่รู้
อยากมีเรื่องเจ๋งๆ ไว้คุยกับเพื่อนคอบอลใช่ไหม? ลองหยิบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้ไปใช้ดู รับรองว่าเพื่อนคุณต้องทึ่งแน่นอน
- ถ้วยจำลองถูกสร้างขึ้นอย่างลับๆ: หลังจากการขโมยครั้งแรก สมาคมฟุตบอลอังกฤษได้แอบสั่งให้ช่างทำถ้วยจำลองขึ้นมาเผื่อไว้ในกรณีที่หาถ้วยจริงไม่เจอ ถ้วยจำลองนี้ถูกนำออกมาประมูลในปี 1997 และขายได้ในราคาสูงถึง 254,500 ปอนด์
- เคยถูกซ่อนในกล่องรองเท้า: ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อิตาลีซึ่งเป็นแชมป์เก่าในปี 1938 ได้เก็บรักษาถ้วยไว้ Ottorino Barassi รองประธานสมาคมฟุตบอลอิตาลีในขณะนั้น ได้แอบนำถ้วยออกจากธนาคารในกรุงโรมและซ่อนมันไว้ในกล่องรองเท้าใต้เตียงของเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกพวกนาซียึดไป
- ชื่อเดิมไม่ใช่ Jules Rimet: เดิมทีถ้วยนี้มีชื่อว่า "Victory" แต่ต่อมาในปี 1946 ได้เปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Jules Rimet ประธานสมาคมฟุตบอลนานาชาติคนที่สาม ผู้ริเริ่มให้มีการจัดการแข่งขันนี้ขึ้น
- Pickles เกือบตายก่อนเป็นฮีโร่: ไม่กี่ปีก่อนที่จะพบถ้วย Pickles เคยไล่กวดแมวแล้วติดอยู่บนต้นไม้จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่มันรอดมาได้และกลายเป็นฮีโร่ในที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ถ้วย Jules Rimet ถูกขโมยทั้งหมดกี่ครั้งในประวัติศาสตร์?
ถ้วย Jules Rimet ถูกขโมยอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1966 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่โชคดีที่ถูกพบในอีก 7 วันต่อมาโดยสุนัขชื่อ Pickles ส่วนครั้งที่สองเกิดขึ้นในปี 1983 ที่ริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล และครั้งนี้ถ้วยได้หายสาบสูญไปตลอดกาล
Pickles ได้รับรางวัลอะไรบ้างจากการพบถ้วย?
Pickles และเจ้าของ David Corbett ได้รับเงินรางวัลมากมายจากหลายแหล่งรวมกันกว่า 6,000 ปอนด์ นอกจากนี้ Pickles ยังได้รับเหรียญรางวัล ได้รับอาหารสุนัขฟรีตลอดชีวิต และกลายเป็นดารารับเชิญในรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ ทำให้มันกลายเป็นสุนัขที่มีชื่อเสียงที่สุดในอังกฤษในยุคนั้น
ทำไมบราซิลถึงได้ครอบครองถ้วย Jules Rimet ถาวร?
ตามกฎดั้งเดิมที่ Jules Rimet ตั้งไว้ ประเทศใดก็ตามที่สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันได้ครบ 3 สมัย จะได้รับถ้วยรางวัล Jules Rimet ไปเป็นกรรมสิทธิ์ถาวร ทีมชาติบราซิลทำสำเร็จในปี 1970 หลังจากที่เคยคว้าแชมป์มาแล้วในปี 1958 และ 1962
ถ้วยฟุตบอลโลกปัจจุบันมีมูลค่าเท่าไร และเคยถูกขโมยไหม?
ถ้วยรางวัลปัจจุบันทำจากทองคำ 18 กะรัต มีมูลค่าของวัสดุประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในเชิงสัญลักษณ์นั้นประเมินค่าไม่ได้ ถ้วยใบนี้ไม่เคยถูกขโมย เนื่องจากมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก ทีมแชมป์จะได้รับถ้วยจำลองที่ทำจากทองแดงชุบทองกลับประเทศ ส่วนถ้วยจริงจะถูกเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานใหญ่ขององค์กรผู้จัดการแข่งขัน